เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ผืนป่าสุดท้ายของจ.บุรีรัมย์
เขียนโดย สุวัฒน์ อุ่นทานนท์ วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2009 เวลา 21:05 น.
...เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ เป็นป่าทีอุดมสมบูรณ์แห่งสุดท้ายของจังหวัดบุรีรัมย์ และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ ได้แก่ ห้วยลำนางรอง ห้วยลำปลายมาศ ซึ่งไหลหล่อเลี้ยงชีวิตชาวบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียงตลอดมา ถูกบุกรุกแผ้ว
ถางยึดถือครองทำการเกษตรทำให้มีพื้นที่เหลือน้อยลงไปทุกที เดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าดงใหญ่ ตั้งอยู่ในท้องที่ อำเภอโนนดินแดง อำเภอปะคำจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด และสัตว์ป่านานาพันธุ์ แต่ต่อมาบ้านเมืองเจริญขึ้นความต้องการพื้นที่ทำกินทางด้านเกษตรกรรมมีมากขึ้น ทำให้มีการบุกรุกยึดถือพื้นที่ป่ามาครอบครอง พื้นที่ป่าจึงลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว ราษฎรอพยพย้ายถิ่นเข้ามาทำการจับจองพื้นที่ป่ากันอย่างมาก จนทางราชการต้องทำการผลักดันและอพยพราษฎร ที่ตั้งบ้านเรือนกระจัดกระจายอยู่ในป่า ให้ออกมาอยู่รวมกันแล้วตั้งเป็นหมู่บ้านพร้อมจัดสรรที่ดินให้ตามโครงการคจก. ทำให้การบุกรุกแผ้วถางป่าหยุดลงระยะหนึ่ง ต่อมาได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 และ 17 มีนาคม 2535 เห็นชอบกับผลการจำแนกการใช้ประโยชน์ทรัพยากรและที่ดินป่าไม้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติทั่วประเทศ พร้อมมาตรการและแนวทางปฏิบัติโดย ให้เร่งรัดดำเนินการรังวัดจัดทำเครื่องหมายแสดงแนวเขตการใช้ประโยชน์ทรัพยากรและที่ดินป่าไม้ในภูมิประเทศให้ชัดเจนโดยเร็ว เพื่อให้หน่วยงานของภาครัฐและเอกชน ตลอดจนราษฎรในท้องที่ได้ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีคำสั่งที่ 112/2535 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2535 แต่งตั้งคณะทำงานสำรวจตรวจสอบแนวเขตพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงใหญ่ ทำการสำรวจรังวัดกันแนวเขตป่าให้เป็นป่าอนุรักษ์ ต่อมาสำนักงานป่าไม้เขตนครราชสีมา ได้มีหนังสือที่ กษ 0716/1298 ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2536 รายงานให้กรมป่าไม้ทราบว่าพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงใหญ่ ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิดมีสัตว์ป่า ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์อาศัยอยู่ในพื้นที่ สมควรกำหนดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงใหญ่ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้จึงมีคำสั่งกรมที่ 555/2537 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2537 สั่งให้เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ออกไปทำการสำรวจข้อมูลเบื้องต้น เพื่อประกอบการพิจารณา คณะเจ้าหน้าที่ชุดสำรวจได้นำข้อมูลเบื้องต้นเข้าประชุมขอความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ ครั้งที่ 3/2537 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2537 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้กำหนดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงใหญ่ เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และได้นำเข้าที่ประชุมขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบกับการกำหนดพื้นที่ป่าสงวนป่าดงใหญ่ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จึงนำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตราเป็นพระราชกฤษฎีกากำหนดให้บริเวณที่ดินป่าดงใหญ่เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 113 ตอนที่ 65ก. หน้า 13 เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2539
พื้นที่: 631,250 ไร่
ภูมิประเทศ: สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ มีลักษณะเป็นที่ราบสูง มีภูเขาสูงทางด้านทิศตะวันตกแล้วค่อย ๆ ลาดต่ำไปทางทิศตะวันออก มีภูเขาขึ้นโดดเดี่ยวไม่ติดกันเป็นเทือกเขา ได้แก่ เขาเนิน เขากะป็อด เขาแสลงโทน เขากระเจียว และเขาลูกช้าง ความสูงของพื้นที่จากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 230 - 685 เมตร มียอดเขาที่สูงที่สุดประมาณ 685 เมตร อยู่ทางทิศตะวันตกของพื้นที่สภาพป่าดงใหญ่โดยทั่วไปเป็น ป่าดิบแล้ง และมีบางส่วน ที่เป็นป่าเต็งรัง มีลำห้วยที่สำคัญ คือ ลำนางรอง คลองดินสอและคลองมะนาว และมีลำห้วยเล็กๆ ที่มีน้ำเฉพาะในช่วงฤดูฝนอีกหลายสาย มีอ่างเก็บน้ำที่สำคัญ คือ เขื่อนลำนางรอง อ่างคลองมะนาว อ่างเขาลูกช้าง อ่างเขาประทุน และเนื่องจากพื้นที่ป่าบางส่วนได้เคยถูกบุกรุกแผ้วถางมาก่อน จึงทำให้มีทุ่งหญ้าสลับกับป่าดิบแล้ง เหมาะสำหรับเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่า
ภูมิอากาศ: พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ อยู่ในเขตอีสานตอนใต้ ตั้งอยู่ทางทิศใต้สุดของจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีลักษณะเป็นเขตมรสุมเขตร้อน จึงได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้มีฝนตกชุกปริมาณน้ำฝน เฉลี่ย 1,100 มม./ ปี ช่วงที่มีฝนตกมากได้แก่ช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน ช่วงที่มีฝนตกน้อย ได้แก่ช่วงเดือน ธันวาคม-เมษายน ส่วนในฤดูหนาวอากาศหนาวถึงหนาวจัดและฤดูร้อนจะร้อนจัดอุณหภูมิเฉลี่ย 18-36 องศาเซลเซียส
พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงใหญ่ แบ่งพื้นที่เป็น 2 โซน คือโซน ก และโซน ข
โซน ก สภาพพื้นที่เป็นที่ราบสูง คือ มีภูเขาสูงทางด้านทิศตะวันตกและค่อย ๆ ลาดต่ำไปทางทิศตะวันออก มีระดับความสูงของพื้นที่จากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 250 - 658 เมตร มียอดเขาทีสูงที่สุด ประมาณ 685 เมตร
โซน ข สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูง ตรงกลางพื้นที่ล้อมรอบด้วยป่าพื้นราบ มีระดับความสูงของพื้นที่จากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 230 - 483 เมตร มียอดเขาสูงสุด คือ เขาเนินหิน มีความสูงประมาณ 483 เมตร

ลักษณะภูมิอากาศ
สภาพภูมิอากาศ แบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน, ฤดูหนาว, ฤดูฝน
1. ฤดูร้อนระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม อนุหภูมิเฉลี่ยประมาณ 24 องศา เซลเซียส
2. ฤดูหนาวระหว่างเดือน พฤศจิกายน - มกราคม
3. ฤดูฝนระหว่างเดือนมิถุนายน - ตุลาคม
ชนิดป่าและพันธุ์ไม้
ภาพพื้นที่ป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดิบแล้ง มีไม้มีค่าทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก เช่น ไม้มะค่าโมง, ไม้มะค่าแต้, ไม้ประดู่, ตะเคียนหิน, ยางนา, ชิงชัน, ตะเคียนทอง, พยุง, เคี่ยมคะนอง ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีไม้พื้นล่างและกล้วยไม้ชนิดต่าง ๆ อีกมากมาย เช่น เฟิร์นชนิดต่าง ๆ
สัตว์ป่า
เนื่องจากพื้นที่นี้มีสภาพเป็นป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่กว้างขวาง แต่ในปัจจุบันพื้นที่ป่าถูกทำลายลงไปมากและสัตว์ป่าก็ถูกล่าไปมิใช่น้อย จากการเข้าไปสำรวจของเจ้าหน้าที่และได้รับการบอกเล่าว่า เมื่อประมาณปี 2535 ได้มีผู้พบเห็น “กูปรี” ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนที่หายากมากชนิดหนึ่งนอกจากนั้นยังพบเลียงผา ซึ่งก็เป็นสัตว์ป่าสงวนอีกชนิดหนึ่ง และยังมีสัตว์ป่าอีกหลายชนิดเป็นจำนวนมาก เช่น ตะกวด, ตะพาบน้ำ, นิ่ม, งูชนิดต่าง ๆ และนกชนิดต่าง ๆ ได้แก่ นกขุนทอง, นกเงือก, นกหัวขวาน, นกปรอด, เหยี่ยวรุ้ง, นกเป็ดแดง ซึ่งจากการสำรวจในปัจจับันพบแล้ว ประมาณ 130 ชนิด
จุดเด่นที่น่าสนใจ

สภาพพื้นที่ป่าแห่งนี้จัดว่าค่อนข้างจะเป็นพื้นที่ราบ จึงไม่มีน้ำตกและแหล่งทิวทัศน์ที่สวยงามจะมีเพียงพรรณไม้ที่สำคัญทางเศรษฐกิจและแหล่งน้ำแหล่งอาหารของสัตว์ป่าที่สำคัญ คือ บริเวณโป่งอีหล้า แหล่งน้ำ ได้แก่ บริเวณซับน้ำล้อม, ร้อยรู
สิ่งอำนวยความสะดวก
เนื่องจากหน่วยงานของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ เป็นหน่วยงานใหม่อยู่ระหว่างการควบคุมพื้นที่ยังไม่ได้ประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่สมบูรณ์ จึงไม่มีงบประมาณที่จะสร้างบ้านพักรับรองและสถานที่ศึกษาวิจัยสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยส่วนรวมแล้วการศึกษาค้นคว้าวิจัยและทัศนะศึกษาทางธรรมชาติด้วยการเดินเท้าและพักโรงแรมด้วยการกางเต้นท์
การเดินทาง
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ อยู่ห่างจากจังหวัดบุรีรัมย์ ประมาณ 100 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปได้ 2 เส้นทาง ได้แก่
1. ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 218 สายบุรีรัมย์ - นางรอง ผ่านอำเภอปะคำ อำเภอโนนดินแดง
2. ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 348 หรือใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 219 สายบุรีรัมย์ -ประโคนชัย ผ่านอำเภอละหานทราย - อำเภอโนนดินแดง ก็ได้เช่นกัน




การสัมปานปลูกป่ายูคาิลิปตัสของบริษัทเอกชน กับการทำลายสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
ข่าวปัญหาเกี่ยวกับเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าดงใหญ่....แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติแห่งสุดท้ายจังหวัดบุรีรัมย์
เขตรักษาพันธ์สัตว์ดงใหญ่ ร่วมกับทหาร และอีกหลายหน่วยงาน ขึ้นบินสำรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ หลังพบกลุ่มชาวบ้านเข้าบุกรุกเสียหายกว่า 3,000 ไร่ ส่งผลกระทบกับแหล่งอาศัยและหากินของสัตว์ป่า ทั้งกระทบผืนป่าต้นน้ำลำนางรอง หลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบยังถูกต่อต้านขู่ทำร้าย
นายสุทธิชาติ ระเบียบ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ บร. 5 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 26 และทหารจากกองกำลังสุรนารี ได้นำเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ของทหาร 1 ลำ ขึ้นบินสำรวจพื้นที่ป่าดงใหญ่ บริเวณท้ายเขื่อนลำนางรอง หลังพบมีชาวบ้านที่อ้างตัวว่าเป็นกลุ่มโฉนดชุมชน กลุ่มเครือข่ายปฏิรูปที่ดิน และกลุ่มพระวันชัย ที่อ้างว่าไม่มีที่ทำกินรวมกว่า 4,000 คน เข้าไปบุกรุกพื้นที่ดังกล่าว
จากการขึ้นบินสำรวจยังพบว่าพื้นที่ๆกลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้าไปบุกรุก มีการปลูกสร้างเป็นที่พักอาศัยถาวรหลายร้อยหลัง มีหอคอยตรวจการณ์รอบๆ อีก 4 หลัง และพบว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีการเผาแผ้วถางป่ายูคาลิปตัส ที่นายทุนหมดสัญญาสัมปทาน และรุกล้ำเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่บางส่วน ได้รับความเสียหายไปแล้วกว่า 3,000 ไร่ และต้นไม้ใหญ่หลายต้น อาทิ ต้นพยูง ถูกตัดโค่นไปหลายต้น
หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ระบุว่า กลุ่มที่เข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าได้ปลูกสร้างที่อยู่อาศัย ส่งผลกระทบกับสภาพแวดล้อม ผืนป่าต้นน้ำ และแหล่งอาศัยหากินของสัตว์ป่า ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะเข้าไปห้ามปรามขัดขวาง แต่กลับถูกกลุ่มบุคคลดังกล่าวต่อต้านขู่จะทำร้าย อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย จึงได้ร่วมกับหลายหน่วยงาน ออกหน่วยลาดตระเวนเข้าไปในพื้นที่ป่า เพื่อเป็นการเฝ้าระวังรักษาป่าไม่ให้ถูกแผ้วถางทำลาย และป้องกันการล่าสัตว์ป่าอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่เพียงพอ ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง เพราะกลุ่มที่เข้าไปบุกรุก ทั้ง 3 กลุ่มมีอยู่เป็นจำนวนมาก กระจายอยู่เต็มพื้นที่ป่า ทั้งได้ประสานหลายภาคส่วนที่รับผิดชอบเข้าไปร่วมดูแลแล้ว แต่ชาวบ้านยังฮึกเหิมบุกรุกอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่ดังกล่าวได้มีการยกให้เป็นพื้นที่มรดกโลกแล้ว หากมีการปล่อยให้กลุ่มบุคคลเข้าไปถือครอง จะทำให้เสียทางระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติและสัตว์ป่ารวมทั้งเป็นการทำลายแหล่งต้นน้ำ และอาจจะถูกถอดออกจากเป็นพื้นที่มรดกโลกก็เป็นได้หากมีคนเข้าไปบุกรุก ซึ่งกลุ่มคนที่เข้ามาเป็นคนจากพื้นที่อื่นเข้ามา มีการปลูกสร้างบ้านพักอาศัย จัดเวรยามคอยตรวจตราเพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่ มันทำเหมือนรัฐอิสระรัฐหนึ่งไปเลย ทางที่ดีต้องหาทางผลักดันคนกลุ่มนี้ออกจากพื้นที่โดยด่วน
หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ มีปัญหามานานกว่า 10 ปีแล้วหลังรัฐได้ให้บริษัทเอกชนเข้าไปทำการสัมปทานปลุกต้นยูคาลิปตัส กระทั่งสัญญาการเช่าได้หมดลงเมื่อต้นปี 2552 ทางกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นกลุ่มโฉนดชุมชน กลุ่มเครือข่ายปฎิรูปที่ดิน และกลุ่มพระวันชัย ที่อ้างว่าไม่มีที่ทำกินได้เข้าบุกยึดถือครองพื้นที่ดังกล่าว โดยในเวลากลางคืนกลุ่มนี้จะเข้าไปตัดต้นไม้และล่าสัตว์ป่า เพื่อนำมาส่งขายให้กับผู้ที่ต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ป่า และยังมีการจับจองและขายกันเป็นล่ำเป็นสันอีกด้วย
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ส่วนสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ขึ้นบินสำรวจครั้งนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีเจ้าหน้าที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติจำนวน 9 นาย ได้เดินเท้าเข้าไปตรวจสอบและบันทึกภาพการกระทำผิดของชาวบ้านกลุ่มดังกล่าว เมื่อกลุ่มชาวบ้านทราบข่าวได้ฮือกันกว่า 100 คนเข้าปิดล้อมเจ้าหน้าที่ และขู่บังคับให้เจ้าหน้าที่ลบภาพทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกออกจากกล้องให้หมด และทางเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปเจรจานานกว่า 3 ชั่วโมงกลุ่มชาวบ้านจึงยินยอมปล่อยตัวเจ้าหน้าที่ทั้ง 9 นายออกมาจากป่า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มไร้ที่ทำกินบุรีรัมย์กว่าพันคน-ยันบุกยึด “ป่าดงใหญ่” 2.3 หมื่นไร่จัดสรรเอง [ผู้จัดการออนไลน์]
บุรีรัมย์ระดมกำลัง 500 นายสกัดไม่อยู่ – ชาวบ้านกว่า 2,000 คนทะลักบุกป่าดงใหญ่ [ผูจัดการออนไลน์ 15 กันยายน 2552 20:12 น.]
ภาพประกอบ
| |
![]() | ![]() |
![]() | ![]() |
![]() | ![]() |
แหล่งข้อมูลอ้างอิง : http://www.pahdongdoy.com/season_all/wildlife/Northeast/z42.asp
http://www.krobkruakao.com/kkn/?a=news&s=detail&news_id=8582
http://www.tripandtrek.com/tripdat/sanctuary/sanc042.php
http://www.dnp.go.th/wildlifenew/animConserveDepView.aspx?depId=7
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000107065








